วันศุกร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

แผนภูมิทางเทคนิค



 การวิเคราะห์สมัยใหม่มักจะใช้โปรแกรมวิเคราะห์หุ้นในการสร้างกราฟเพื่อการวิเคราะห์ ซึ่งสะดวกและรวดเร็วกว่าในอดีตที่ต้องทำด้วยมือ แต่อย่างไรก็ตาม ก็ยังต้องอาศัยการอ่านความหมายจากกราฟอยู่ดี เราสามารถนำค่าของราคาหุ้น ปริมาณการซื้อ การขาย วัน และเวลา มาสร้างเป็นกราฟขึ้นมา กราฟแผนภูมิแบ่งเป็น 3 ประเภทคือ

    1. แผนภูมิแบบเส้น (Line Chart) เป็นกราฟที่นำราคาปิดของหุ้นมาลากต่อเนื่องกันโดยไม่ใช้ราคาสูงและราคาต่ำเลย

    2. แผนภูมิแบบแท่ง (Bar Chart) เป็นกราฟที่แสดงให้เห็นทั้งราคาปิด ราคาเปิด ราคาสูงสุด และราคาต่ำสุดของหุ้น จะมีลัษณะเป็นแท่งในแนวตั้ง มีเส้นขวางไปทางซ้ายแทนราคาเปิด เส้นขวางไปทางขวาแทนราคาปิด จุดสูงสุดของแท่งแทนราคาสูงสุด จุดต่ำสุดของแท่งแทนราคาต่ำสุด

    3. แผนภูมิ Point & Figure เป็นแผนภูมิพิเศษ ที่ทำการบันทึกโดยไม่สนใจเรื่องวันเวลา แต่คำนึงถึงการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ(significance) ซี่งมักจะใช้สามช่วงราคาเป็นเกณฑ์

        ประมาณปี ค.ศ.1985 ได้มีนักวิชาการชาวอเมริกัน เข้าไปศึกษาการวิเคราะห์หุ้นของประเทศญี่ปุ่น จึงได้นำการวิเคราะห์แบบญี่ปุ่นไปเผยแพร่ในสหรัฐอเมริกา จนเป็นที่สนใจอย่างกว้างขวาง จึงอาจกล่าวได้ว่าได้เกิดกราฟแผนภูมิแบบที่ 4 คือ แผนภูมิแท่งเทียน (Candlestick Chart) นั่นเอง





หากสนใจทดลองใช้งานโปรแกรม investorPlugin ได้ฟรี 14 วัน คลิ๊กเลย

Tel :: 02 166 3159-61 # 103-106
Email :: sales@investorz.com

4 หลักการสยบหุ้นไทย



Eanning Per Share (EPS)
คือกำไรต่อหุ้น ผลกำไรต่อหุ้นจะชี้ให้เห็นถึงการบริหารส่วนทุนรวมทั้งหนี้ว่าก่อให้เกิดรายได้มากน้อยเพียงใด ซึ่งผู้ถือหุ้นได้แก่ เจ้าของบริษัทหรือผุ้ลงทุนจะคำนึงถึงอัตราส่วนตัวนี้มาก

EPS = EAT / จำนวนหุ้นของบริษัททั้งหมด

ค่า EPS นี้ยิ่งสูงยิ่งดี ค่า EPS ควรจะมีค่ามากน้อยเพียงใดจึงจะเหมาะสม ปกติค่าอัตราส่วนนี้ยิ่งสูงยิ่งดี ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่ว่าอยู่ในธุรกิจประเภทใด ดังนั้นจึงมักจะเปรียบเทียบกับค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมเดียวกัน กล่าวคือ ถ้าหากค่าอัตราส่วนของบริษัทสูงกว่าค่าเฉลี่ยก็แสดงว่าบริษัทนั้นมีการบริหารส่วนทุน อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ได้ผลกำไรต่อหุ้นสูง

Dividends Per Share (DPS)
คือเงินปันผลต่อหุ้นที่จะแบ่งสรรให้ผู้ถือหุ้น โดยอาจแบ่ง EAT ส่วนหนึ่งสำหรับไว้ลงทุนต่อหรือขยายกิจการตามความเหมาะสม และอีกส่วนหนึ่งแบ่งสรรให้แก่ผู้ถือหุ้น ซึ่งจะมีสูตรการคำนวณ คือ

DPS = Dividend / จำนวนหุ้นของบริษัท

= EAT ที่จัดสรรให้ผุ้ถือหุ้น / จำนวนหุ้นของบริษัท

PBV (Price Book Value)
คือมูลค่าส่วนผู้ถือหุ้น หรือถ้าความหมายจริงๆ ก็คือ มูลค่าของทรัพย์สินที่หักด้วยหนี้สินแล้ว เหลือเป็นมูลค่าของผู้ถือหุ้นเท่าไร
มูลค่าทางบัญชี มันจึงเกิดปัญหาขึ้นมาคือ การลงบัญชีนั้นแต่ละบริษัทอาจบันทึกสินทรัพย์และหนี้สินแตกต่างกันไป เช่นสินทรัพย์ถูกกำหนดให้บันทึกมูลค่าที่ราคาทุน คือราคาที่ได้สินทรัพย์นั้นมา บางบริษัทมีที่ดินที่บันทึกไว้เมื่อ 20 ปีที่แล้ว พอมาถึงปัจจุบันมูลค่าของที่ดินเพิ่มขึ้นมาหลายเท่าตัว แต่มูลค่าที่บันทึกลงในบัญชีนั้นยังมีมูลค่าเท่ากับเมื่อ 20 ปีที่แล้ว หากไม่มีการประเมินมูลค่าและบันทึกบัญชีใหม่มูลค่าก็ยังคงบันทึกเอาไว้เท่าเดิม มูลค่าทางบัญชีนี้ถ้าหากเราเข้าใจลึกซึ้งก็สามารถช่วยให้เราค้นพบบริษัทที่น่าลงทุนได้ไม่ยาก

P/E (Price/Earning per Share)
คืิอ ถ้าสมมติว่ากำไรของบริษัทไม่เติบโตเลย P/E 
จะหมายถึงระยะเวลาคืนทุน เช่น P/E 5 เท่าหมายถึงระยะเวลาลงทุน 5 ปี ... P/E นี่ยิ่งต่ำยิ่งดีครับ




หากสนใจทดลองใช้งานโปรแกรม investorPlugin ได้ฟรี 14 วัน คลิ๊กเลย

Tel :: 02 166 3159-61 # 103-106
Email :: sales@investorz.com

AdvancedGET: Trade Profile


วิธีการใช้ Trade profile ของ AdvancedGET



จะมีรูปแบบข้างบน ให้เราใส่ใจที่เส้นยาวและหนา จะหมายถึง มี volume มาก

สีแดงแสดงตำแหน่งที่ว่า มีการขายในอดีต นำเงินคือซื้อในอดีต

การใช้เบื้องต้นคือ

สีแดงจะเป็นแรงต้านในเบื้องต้น หากทะลุไปได้ก็จะกลายเป็นแนวรับได้

ถ้าเป็นสีนำเงินก็จะแนวรับที่ดีแต่หากทะลุลงก็จะกลายเป็นแนวต้านเช่นกัน




หากสนใจทดลองใช้งานโปรแกรม investorPlugin ได้ฟรี 14 วัน คลิ๊กเลย

Tel :: 02 166 3159-61 # 103-106
Email :: sales@investorz.com

การใช้ moving average off-set เพื่อดู จังหวะเข้าออกแบบ ง่ายจาก AdvancedGET


การใช้ moving average off-set เพื่อดู จังหวะเข้าออกแบบ ง่ายจาก AdvancedGET


คลิกที่ปุ่ม MA แล้ว SET ค่า ดังรูปข้างล่าง


อย่างไรก็ดีคุณสามารถปรับให้มีความเหมาะสมได้อาทิ
period/Offset/Source/Exponential
set 1)
10/4/High/EX
10/4/Low/EX
set 2)
5/4/High/EX
5/4/Low/EX
set 3)
10/3/High/Ex
10/3/Low/Ex
วิธีการใช้สูตรนี้ก็คือ
๑ ถ้าราคา ตัดขึ้นทั้ง สองเส้นจะเป็นสัญญาณเข้า
๒ ถ้าราคา ตัดลงทั้ง สองเส้นจะเป็นสัญญาณออก
จะสังเกตุเห็นว่าจะเหมาะกับผู้ ที่ต้องการเข้าออก เป็น ช่วงๆโดยจะไม่ถือ เมื่อมีสัญญาณขาลง



หากสนใจทดลองใช้งานโปรแกรม investorPlugin ได้ฟรี 14 วัน คลิ๊กเลย

Tel :: 02 166 3159-61 # 103-106
Email :: sales@investorz.com

วันอังคารที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

Technical Analysis from A to Z


Technical Analysis from A to Z




โดยปกติถ้าท่านซื้อ Software โปรแกรม Metastock และถ้าท่านยอมจ่ายค่าส่งหนังสือ ทางเมต้าจะไม่คิดค่าหนังสือเล่มนี้ รูปเล่มเป็นปกแข็ง ฉบับใหม่มีสูตรต่างๆเพิ่มขึ้น Steven ผู้เขียนคือ ผู้ก่อ Equis International หรือ เจ้าของโปรแกรมเมต้านั้นเอง เมต้าได้รับความนิยมอย่างมากทั่วโลกเพราะมีความสามารถหลายอย่างถูกใจนักลงทุนทั้งรายใหญ่และรายย่อย หนังสือเหมาะกับการใช้คู่กับการศึกษา Indicators ต่างๆในการลงทุนมากกว่า การจะอ่านให้จบทั้งเล่ม


หากสนใจทดลองใช้งานโปรแกรม investorPlugin ได้ฟรี 14 วัน คลิ๊กเลย

Tel :: 02 166 3159-61 # 103-106
Email :: sales@investorz.com

เตรียมตัวให้พร้อมก่อนเล่นหุ้นให้รวย



เตรียมตัวให้พร้อมก่อนเล่นหุ้นให้รวย




ผู้เขียน: สิปปกร ขาวสอาด
ผู้แปล ผู้เรียบเรียง: N/A 
ปี: 2550
สำนักพิมพ์: ซีเอ็ดยูเคชั่น, บมจ.

คุณสิปปกร ขาวสอาด ปัจจุบันดำรงตำแหน่งกรรมการ บริษัทหลักทรัพย์ KTBS เคยมีประสบการณ์ร่วมกับนักลงทุนรายย่อยชั้นนำในประเทศไทย ซึ่งนำเสนอความเป็นไปของนักลงทุนเหล่านั้นได้เป็นอย่างดี อีกทั้งที่ท่านยังมีประสบการณ์ในตลาดหุ้นไทยมายาวนาน จึงมีการแลกเปลี่ยนประวัติความเป็นมาของตลาดหุ้นไทยอย่างเข้าถึงอารมณ์ของผู้คนในช่วงเวลานั้นๆได้ดีทีเดียว
     ในช่วงแรกของหนังสือคือ บทที่ 1 ย้อนรอยเสริมประสบการณ์กับตลาดหุ้นไทย และบทที่ 2 กรณีศึกษาตลาดหุ้นไทย สองบทนี้อ่านได้สนุกที่สุด โดยบทแรกท่านจะกล่าวถึง บรรยากาศการลงทุนของตลาดบ้านเรา เริ่มตั้งแต่ตลาดยังเป็นวุ้น ผ่านร้อนผ่านหนาวมาโดยตลอด อาทิ กล่าวถึงราชาเงินทุน นายราเกรซ กรณีสงคราม และอื่นๆ จนกระทั่งเป็นแบบปัจจุบัน ซึ่งเนื้อหาในบทนี้ไม่ค่อยมีเขียนในหนังสือหุ้นเล่มอื่นๆ

     บทที่สองกล่าวถึง นักลงทุนรายย่อย หลายๆแบบ โดยส่วนมากจะกล่าวถึงนักลงทุนที่ไม่ประสบณ์ความสำเร็จ ทั้งนี้จึงเป็นจุดเด่นของบทนี้ เพราะหนังสืออื่นมักจะกล่าวถึงผู้ที่ประสบณ์ความสำเร็จเป็นหลัก ซึ่งจะเป็นอุทาหรณ์สำหรับนักลงทุนทุกๆ ท่าน และช่วยสร้างเสริมจิตวิทยาในการลงทุนที่ดี

     สองบทสุดท้ายกล่าวกว้างๆ ในหลักการลงทุนที่ดี สิ่งที่ควรทำและควรหลีกเลี่ยง ในช่วงนี้ เนื้อหาอาจจะวนเวียนบ้าง ซ้ำบ้าง ทั้งนี้หากท่านมีประสบการณ์การลงทุนอยู่บ้างแล้ว ท่านจะเข้าใจถึงจุดที่ผู้เขียนพยายามสื่อถึงได้ดีกว่า

ข้อคิดจากการอ่าน

  • นักลงทุนที่ถูกกล่าวถึงโดยที่ต้องเสียเงินติดหุ้นจำนวนมากๆ นั้น มิอาจจะได้รับประโยชน์จากโบรกเกอร์ ถึงแม้ผู้ดูแลท่านจะเป็นผู้มากประสบการณ์ก็ตาม ก็เพราะโดยมากแล้ว ท่านต้องตัดสินใจอะไรๆ ด้วยตัวเอง

  • กระแสของเศรษฐกิจมักจะเป็นไปในทิศทางลบ มากกว่า บวก

  • นักลงทุนที่ ประสบความสำเร็จ ที่รู้จักกับผู้เขียน มักมีลักษณะ กล้าหาญต่อโอกาส ระมัดระวังความเสี่ยง มีความดิดป็นของตนเอง

หากสนใจทดลองใช้งานโปรแกรม investorPlugin ได้ฟรี 14 วัน คลิ๊กเลย

Tel :: 02 166 3159-61 # 103-106
Email :: sales@investorz.com

วันพฤหัสบดีที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

Double Bottoms (Adam&Eve) Patterns


Double Bottoms (Adam&Eve) Patterns


รูปแบบของลักษณะกราฟ adam & eve


Upward Breakouts, U-turn pattern, ใช้ในจังหวะทะลุ กลับตัวขึ้น


Spotting This Price Patterns: 

กราฟ SET ที่เกิด adam & eve เป็น confirmmation pattern ที่สมบูรณ์


รูปแบบ คือ เป็นราคาต่ำสุด 2 ครั้งโดยมี ซึ่งราคาต่ำทางซ้ายเป็นลักษณะการกลับตัวขึ้นในเวลาเพียง 1-3 วัน (ADAM Reversal) และราคาต่ำสุดทางขวาจะเป็นลักษณะการกลับตัวขึ้นในเวลาหลายวัน อาทิเช่น 1 อาทิตย์ หรือจนเป็นเดือนๆ ราคาจะต้องทะลุเป็นกราฟลักษณะ W ก่อนจึงจะมี confirmation pattern ที่สมบูรณ์

โครงสร้าง

เปรียบเทียบความกว้าง, ยาว, volume, trend

Better performance during year high


  • รูปแบบใน บริเวณ Year High จะมีความสามารถสูงกว่า

  • ลักษณะกราฟ Wave W ควรมีความสูงกว่า 10% ของฐานคลื่นตัวเอง

  • ลักษณะกราฟ Wave W หากมีความสูงกว่า 20% ของฐานคลื่นตัวเอง จะทำให้มีความสามารถสูงกว่า

  • Osc ของขาซ้ายและขาขวาควรมีราคาใกล้เคียงกัน

  • ถ้าหากมี volume ขาซ้ายมากๆ จะมีความสามารถสูงกว่า

  • ถ้าหากมีลักษณะ Volume เป็นรูป U กลับหัวจะดีกว่าถ้าเป็น ตลาด กระทิง ถ้าเป็นตลาดหมีควรเป็น U volume จะดีกว่า

  • Volume ที่มีลักษณะอ่อนตัวลงเรื่อยๆ จะดีกว่า Volume ที่มีลักษณะตรงกันข้ามกัน

  • Break out volume ไม่มีความหมายพิเศษ

  • หากกราฟที่เกิดมีความยาวประมาณ 2-6 อาทิตย์จะแสดงลักษณะที่ดี แต่ถ้าหากยาวกว่า 8 อาทิตย์ จะด้อยกว่าปกติ

  • จุด confirm คือเมื่อเกิดคลื่นเป็นรูปแบบ W แล้ว

  • หาก Osc ของขาขวาต่ำกว่าจะดีกว่าถ้าเป็นตลาดกระทิง แต่ถ้าเป็นตลาดหมี Osc ของขาซ้ายควรต่ำกว่าจะเป็นการที่ดีกว่า


Statistics สถิติ


การใช้ Statistics วิเคราะห์กับกราฟ SET


Bull Market
Bear Market

Snapshot

ระดับความสามารถเมื่อเทียบกับรูปแบบอื่นๆ*
D
B
ขึ้นไม่ถึง 5% เมื่อถึงจุดซื้อ
5%
4%
ขึ้นเฉลี่ย
37%
33%
ขึ้นเฉลี่ยเกิน 45%
29%
27%
ขาขึ้นใช้เวลาเฉลี่ยวัน
160
99
ตกเฉลี่ยหลังจากขาขึ้นหมด
-33%
-35%
เทรนด์ของ volume
อ่อนลง
อ่อนลง
สะดุด Throwbacks
59%
54%
Throwbacks มีเวลาเฉลี่ยวัน
10
9
ราคาถึงจุดเป้าหมาย
66%
56%

Throwbacks & Gap
ขึ้นฉลี่ยถ้าไม่มี throwbacks
43%
38%
ขึ้นฉลี่ยถ้ามี GAP
36%
33%
ขึ้นฉลี่ยถ้าไม่มี GAP
37%
32%

Source: encyclopedia of chart patterns 2nd edition Thomas N. Bulkowski

  • ถ้าคุณเทรดในระหว่างรูปคลื่น W ให้ระวังว่าจะโอกาส 64% ที่จะไม่ทะลุเป็นรูปคลื่น W และอาจจะทำการ short หากคลื่นไม่สามารถทะลุได้

  • อย่าเทรดขาขึ้นถ้าไม่เกิดรูปคลื่น W และยังมีการที่ตกลงต่ำกว่าขาขวา

  • ถ้าทะลุจากราคา Confirmed ไม่เกิน 5 % อาจทำให้รูปแบบอาจล้มเหลวได้


Trading Technique:





 การใช้ Trading Technique วิเคราะห์กราฟ SET


กราฟแสดงลักษณะคลื่นที่ขาขึ้นและขาลงที่มีสถิติใกล้กัน

Related Patterns

Double bottoms, Adam & Adam, Eve & Adam, Eve & Eve, head-and-shoulder bottoms complex, head-and-shoulders bottoms, Rectangle bottoms, triple bottoms, Pipe Bottoms, Horn Bottoms, Broadening Bottoms

Statistics Table Notes :

ระดับความสามารถ* A = 90% > B = 80% > C = 70% > D = 60% > E = 50% > F = 40% > G = 30% > H = 20% > I = 10%

หากสนใจทดลองใช้งานโปรแกรม investorPlugin ได้ฟรี 14 วัน คลิ๊กเลย

Tel :: 02 166 3159-61 # 103-106
Email :: sales@investorz.com




Parabolic SAR (Psr)

Parabolic SAR (Psr)




Parabolic SAR มีหน้าที่บอกการเปลี่ยนแปลงของเทรนด์ ถ้าหากเส้น Parabolic SAR อยู่ใต้ราคาหุ้น แล้วราคาหุ้นไปแตะที่ตัวเส้น Parabolic SAR  แล้วในวันถัดมาเกิดเส้น Parabolic SAR อยู่ด้านบน ก็แสดงว่าหุ้นจะอยู่ในเทรนขาลง ในทางตรงกันข้ามถ้าเส้น Parabolic SAR อยู่เหนือราคาหุ้น แล้วราคาหุ้นไปแตะที่ตัวเส้น Parabolic SAR แล้วในวันถัดมาเกิดเส้น Parabolic SAR ด้านล่างหุ้น ก็แสดงว่าจะอยู่ในเทรนด์ขาขึ้น

     ข้อแนะนำ การใช้เครื่องมือ Parabolic SAR ควรใช้ดูร่วมกันกับเครื่องมือ ADX ถ้าค่าของ ADX บอกว่าตอนนี้เป็น Sideway ก็อย่าเพิ่งใช้เครื่องมือ Parabolic SAR

การตั้งค่า



  • ปุ่ม Optimize สำหรับให้โปรแกรมจะคำนวณหาค่าที่ดีที่สุดให้

  • ปุ่ม Fine Tune สำหรับให้โปรแกรมคำนวณเอาตัวเลขที่มีอยู่ บีบให้กระชับขึ้น

  • Thickness : สำหรับทำการขยายขนาดของ Parabolic SAR


หากสนใจทดลองใช้งานโปรแกรม investorPlugin ได้ฟรี 14 วัน คลิ๊กเลย

Tel :: 02 166 3159-61 # 103-106
Email :: sales@investorz.com

Momentum (Mm)


Momentum (Mm)





Momentum ใช้เพื่อทำการดูจุดซื้อ จุดขาย ซึ่งจะสามารถนำมาใช้งานได้ 2 แบบ

แบบที่ 1

     ถ้า Momentum ตัดศูนย์ขึ้นไปแดนบวก เป็นจุดที่เข้าซื้อได้ ในทางตรงกันข้ามกัน ถ้า Momentum ตัดศูนย์ลงไปแดนลบเป็นจุดขาย

แบบที่ 2

เป็นการดูลักษณะ Divergence กันหรือไม่

จากตัวอย่างจะสังเกตเห็นได้ว่า ถ้าราคาหุ้นเกิด Divergence กับ Momentum เทรนด์จะมีการกลับตัว
  • Rate Of Change จะมีลักษณะเหมือนกับ Momentum

หากสนใจทดลองใช้งานโปรแกรม investorPlugin ได้ฟรี 14 วัน คลิ๊กเลย

Tel :: 02 166 3159-61 # 103-106
Email :: sales@investorz.com

Keltner Chanels (Kelt)

Keltner Chanels (Kelt)



Keltner เหมาะกับการดู Chart แบบที่มี Pattern ถ้วย, W, ฐานราคาเริ่มต้น ซึ่งสามารถใช้งานได้หลายแบบดังนี้

  • แบบที่ 1 ใช้ดูเทรนด์ว่ามีเทรนด์หรือเปล่า ถ้าราคาอยู่ระหว่าง Keltner แสดงว่าหุ้นยังไม่มีเทรนด์

  • แบบที่ 2 เป็นการดูจุดซื้อ – ขาย



 จากตัวอย่าง ถ้าราคาปิดตัดเส้น Upper ขึ้นไป จะเป็นจุดเข้าซื้อได้ และในทางกลับกัน ถ้าราคาปิดตัดเส้น Lower ลงไป จะเป็นจุดที่ต้องขาย

หากสนใจทดลองใช้งานโปรแกรม investorPlugin ได้ฟรี 14 วัน คลิ๊กเลย

Tel :: 02 166 3159-61 # 103-106
Email :: sales@investorz.com

รีวิว หนังสือพิชิตหุ้นและอนุพันธ์ ด้วยปัจจัยทางเทคนิคขั้นสูง ของ อาจารย์ ป.ดัชนี



ผู้เขียน: ป.ดัชนี (ประจบ วงษ์นิ่ม) เซียนหุ้นเทคนิค
ผู้แปล ผู้เรียบเรียง: ประจบ วงษ์นิ่ม
ปี: 2011
สำนักพิมพ์: กรุงเทพธุรกิจ Bizbook
หากพูดถึงอาจารย์ ป.ดัชนี เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าเป็นผู้ที่ชำนาญเรื่องการวิเคราะห์หุ้นรอบด้าน ทั้งด้านแนวความคิด การวิเคราะห์ รวมถึงเทคนิคต่างๆมากมาย และยังเป็นที่เคารพของลูกศิษย์ลูกหามากมาย อาจารย์ ป.ดัชนี ได้มีผลงานการเขียนหนังสือมาแล้ว 3 เล่ม  เล่มที่กำลังแนะนำอยู่ในขณะนี้เป็นเล่มที่ 3 ซึ่งเป็นหนังสือที่เกี่ยวกับตลาดอนุพันธ์ ที่กำลังเป็นที่นิยมจากกลุ่มนักลงทุนเป็นอย่างมาก
หากพูกถึงหนังสือเล่มนี้  ผมขอบอกได้คำเดียวเลยว่า " ดีมาก " เพราะได้รวบรวมการวิเคราะห์ต่างๆ  ที่เกี่ยวข้องกับตลาดอนุพันธ์ อีกทั้งยังมีตัวอย่างหลักทรัพย์ อาทิ ดัชนีฟิวเจอร์ส,หลักทรัพย์ฟิวเจอร์ส,โกลด์ฟิวเจอร์ส และอื่นๆอีกมากมาย  เพื่อเป็นกรณีให้ได้ศึกษา ในการหาจุดซื้อจุดขาย  ราคาเป้าหมาย  ทิศทางราคาและช่วงเวลา  ด้วยคลื่นเอลเลียตและตัวเลขฟีโบนัชชี  ซึ่งเป็นเครื่องมือที่นำไปใช้งานได้จริงอีกด้วย  เพื่อช่วยลดความเสี่ยงและสร้างผลกำไรทั้งในหลักทรัพย์และอนุพันธ์  นับว่าเป็นประโยชน์แก่นักลงทุนเป็นอย่างมาก  หากไม่มีหนังสือเล่มนี้ติดตัวไว้ศึกษาแล้วหล่ะก็ ขอบอกเลยว่า " อันตรายมาก " 
" หากคุณให้ปลาแก่ชายคนหนึ่ง  ชายคนนั้นก็จะนำปลาไปกินได้แค่มื้อเดียว  แต่ถ้าหากคุณสอนเขาจับปลา  ชายคนนั้นก็จะมีปลากินไปตลอดชีวิต "

หากสนใจทดลองใช้งานโปรแกรม investorPlugin ได้ฟรี 14 วัน คลิ๊กเลย

Tel :: 02 166 3159-61 # 103-106
Email :: sales@investorz.com

Relative Strength Index (RSI)



Relative Strength Index (RSI)



แบบที่ 1



เป็นการดูว่าเส้น RSI ตัดเส้นค่า 70 หรือไม่ ถ้าตัดแสดงว่ามีการซื้อมากเกินไป ดังนั้นเราควรเฝ้าระวัง เพื่อจะทำการขาย หรือทำการดูว่าเส้น RSI ตัดเส้นค่า 30 หรือไม่ ถ้าตัดแสดงว่ามีการขายมากเกินไป ดังนั้นเราควรเฝ้าระวัง เพื่อจะทำการเข้าซื้อได้ บางท่านอาจจะรอให้เส้น RSI ตัดลงจนเสร็จสิ้นก่อน จากนั้นเริ่มเข้าซื้อเมื่อ RSI ตัด ขึ้นผ่านเส้นค่า 30 ขึ้นไป

แบบที่ 2


 เป็นการดูโดยใส่เส้น Mov Avg ถ้าเส้น MA ตัดกันแล้วเส้น RSI ตัดลงแสดงว่ามีการซื้อมากจนเกินไป เป็นสัญญาณให้เราทำการเฝ้าระวังเพื่อขาย และในทางตรงกันข้าม ถ้าเส้น MA ตัดกันแล้วเส้น RSI ตัดขึ้นแสดงว่ามีการขายมากจนเกินไป ก็เป็นสัญญาณให้เราสามารถเข้าซื้อได้
การตั้งค่า


  • Upper 70

  • Lower 30

  • ถ้าต้องการดู Mov Avg ให้ติ๊กถูกในช่อง Show หลังหัวข้อที่ต้องการ



หากสนใจทดลองใช้งานโปรแกรม investorPlugin ได้ฟรี 14 วัน คลิ๊กเลย

Tel :: 02 166 3159-61 # 103-106
Email :: sales@investorz.com

Commodity Channel Index (CCI)


Commodity Channel Index (CCI)



  CCI มีลักษณะการใช้คล้ายกับ RSI คือ ดูปริมาณการซื้อ - ขาย ที่มากเกินไป ถ้า CCI มีค่ามากกว่า 100 ขึ้นไป แล้วตัดลง แสดงว่าหุ้นมีแนวโน้มจะกลับตัวเป็นเทรนด์ขาลง แล้วถ้า CCI มีค่าต่ำกว่า -100 ลงไป แล้วตัดขึ้นแสดงว่ามีแนวโน้มว่าหุ้นจะกลับตัวเป็นเทรนด์ขาขึ้น

การตั้งค่า


  • ถ้าต้องการดู CCI เป็นแบบกราฟ ให้กดที่ปุ่ม Bar : Off (ปุ่ม Bar ให้เป็น Off)


หากสนใจทดลองใช้งานโปรแกรม investorPlugin ได้ฟรี 14 วัน คลิ๊กเลย

Tel :: 02 166 3159-61 # 103-106
Email :: sales@investorz.com

Ads Inside Post